วัน “สืบ นาคะเสถียร”

วันที่ 1 กันยายน ของทุกปี เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะวันนี้ ถูกยกให้เป็น “วันสืบ นาคะเสถียร” เพื่อรำลึกถึงการจากไป ของนักอนุรักษ์ไทย และอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่ทุ่มเททั้งชีวิตในการอนุรักษ์ป่า และพยายามที่จะปลุกจิตสำนึกของคนไทยให้เห็นถึงความสำคัญของป่าไม้และสัตว์ป่า ซึ่งปีนี้ถือเป็นการครบรอบ 27 ปี ของการจากไปของเขา

เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน 2533  “สืบ นาคะเสถียร” ตัดสินใจยิงตัวเองเพื่อหมายจบชีวิตตัวเองลง และการฆ่าตัวตายของเขาในครั้งนั้น เพราะเหตุผลที่ต้องรับแรงกดดันกดดันหลาย ๆ ด้าน และเป็นการเรียกร้องต่อหน่วยงานภาครัฐให้ใส่ใจต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างแท้จริง สืบจึงตัดสินใจประท้วงด้วยการฆ่าตัวตายด้วยอาวุธปืนในบ้านพักของสืบที่ห้วยขาแข้ง ขณะเดียวกันวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2533 สืบยังคงปฏิบัติงานตามปกติ และได้เตรียมจัดการทรัพย์สินที่หยิบยืมและทรัพย์สินส่วนตัว พร้อมทั้งอุทิศเครื่องมือเครื่องใช้ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่าให้แก่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ สั่งให้ตั้งศาลเคารพดวงวิญญาณเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตในการรักษาป่าห้วยขาแข้ง ต่อมาในช่วงหัวค่ำสืบยังคงปฏิบัติตัวพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตามปกติเหมือนเช่นเคย จนช่วงดึกสืบขอลากลับไปบ้านพัก โดยกลับไปเตรียมจัดการทรัพย์สินที่เหลือและได้เขียนจดหมายหกฉบับ มีเนื้อหาสั้น ๆ ชี้แจงการฆ่าตัวตายของตน จนกระทั่งเช้ามืดวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 มีเสียงปืนดังขึ้นจากบ้านพักของสืบ และหลังจากนั้นในช่วงก่อนเที่ยงของวันจึงได้มีเจ้าหน้าที่ของกรมฯ เข้าไปดูจึงเห็นอาวุธปืนตกอยู่ข้าง ๆ และเห็นบาดแผลที่ศีรษะด้านขวา นั่นเป็นจุดจบของชีวิตสืบแต่ถือเป็นการเริ่มต้น ของวันที่ผู้คนต่างเรียกว่าวัน “สืบ นาคะเสถียร”

การดูแลผู้สูงอายุ

หลังจากที่การฆ่าตัวตายของสืบในวันนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมป่าไม้ และผู้เกี่ยวข้อง ได้ประชุมเพื่อหาทางออกในการป้องกันการบุกรุกป่าห้วยขาแข้ง ปัญหาที่ยากจะแก้ไขด้วยกำลังคนที่จำกัด จำนวนพื้นที่ที่มหาศาล ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ของกลุ่มผู้มีอิทธิพล รวมไปถึงพยายามนำเสนอข้อมูลต่อยูเนสโก เพื่อพิจารณาให้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และห้วยขาแข้งเป็นมรดกโลก เพื่อสร้างเกราะป้องกันผืนป่าแห่งนี้ไว้ ขณะเดียวกันสืบเคยได้พยายามที่จะจัดประชุมเรื่องนี้หลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล และไม่มีการตอบรับ จนกระทั่งเสียชีวิต จนมีคนกล่าวว่า “หากไม่มีเสียงปืนนัดนั้น การประชุมดังกล่าวก็คงไม่เกิดขึ้น”